วิธีการแชร์ข้อมูล

data

วิธีการเปิดแชร์โฟล์เดอร์(Folder) เืพื่อให้คนอื่นสามารถเอามาเอาข้อมูลของเราได้ภายในวงแลน

หลังจากที่เราได้ทำการ Setup Network Setup Wizard เป็นอันเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็คือการมาแชร์ข้อมูล( Data) ข้ามระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์


1.ให้เราทำการเปิด My Computer ขึ้นมาจากนั้นเลือก Drive หรือ Folder ที่ต้องการแชร์ข้อมูลในที่นี้ผู้เขียนจะทำการเปิด Share Drive C ครับ

Share_network_Pic13

 

2. จากนั้นให้เราทำการ คลิกขวาที่ Drive C แล้วทำการเลือก Sharing and Security

 

Share_network_Pic14

3.จากนั้นก็จะปรากฎดังภาพ ต่อจากนั้นให้เราทำการ คลิกที่ข้อความ If you understand the risk ...... แล้วก็กด OK

Share_network_Pic15

4. ขั้นตอนนี้ทาง Wizard จะให้เราทำการ Config ค่า

ในช่อง Network Sharing and Security

- ให้ติ๊กเครื่องหมายถูก : Share this folder on network

 Share name : ใส่ชื่อ Drive/ Folder ที่เราต้องการ

- ให้ติ๊กเครื่องหมายถูก : Allow network users to change my file เป็นการอนุญาติให้ผู้ใช้เครื่องอื่นที่จะเข้ามาเอาไฟล์ในเครื่องเราสามารถเปลี่ยนแปลงไฟล์ใน Folder / Drive นี้ที่เราแชร์ไว้ได้

จากนั้นทำการกด Ok

Share_network_Pic16

5.จากนั้นให้เราลอง ไปเปิดคอมพิวเตอร์เครื่อง PC2 จากนั้นให้เราทำการเปิด My computer ขึ้นมาแล้วจากนั้นให้กดเลือก Menu My Network Places

Share_network_Pic18

6.จากนั้นก็ให้กด View workgroup computer ทีนี้เราก็จะเห็นชื่อ Computer PC1(ITITHAI)

จากนั้นก็ให้ทำการ Double Click เข้าไปยังคอมพิวเตอร์ PC1 ทีนี้เราก็จะเห็น Folder /Drive ที่เราทำการเปิด Share เอาไว้

Share_network_Pic17

*หมายเหตุ

-เครื่องที่ทำการแชร์ไฟล์ต้องทำการปิด Firewall

-คอมพิวเตอร์ที่แชร์ไฟล์จะต้องทำการ Setup Network Setup Wizard ก่อน และต้องอยู่้ใน Workgroup เดียวกันด้วย

 

เป็นไงครับง่ายไหมครับกับการแชร์ข้อมูลข้ามเครื่องคอมพิวเตอร์ภายในบ้านเรา่ ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ต่อผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะครับ

วิธีล็อค หรือป้องกันไม่ให้ไฟล์ถูกเปิดอ่าน ทำได้ง่ายมาก ๆ เพียงแค่ใส่รหัสผ่าน(password)ให้กับไฟล์เอกสารโดยใช้ความสามารถของโปรแกรมอย่างไมโครซอฟท์ออฟฟิศ อย่างเช่น ถ้าเป็นไฟล์เอกสารเวิร์ดก็แค่คลิกเมนู Tools เลือกคำสั่ง Optins จากนั้นคลิกแท็บ Security จากนั้นป้อนรหัสผ่านเข้าไปในช่องที่ระบุว่า "Password to open" สำหรับผู้ใช้ Office 2007  ให้คลิกปุ่ม Office เลือกคำสั่ง Save As สังเกตด้านล่างคลิก Tools เลือก General Options เพียงแค่นี้ เวลาน้องคุณเผลอคลิกเปิดไฟล์ก็จะต้องทราบรหัสผ่านเท่านั้น ถึงจะเปิดอ่านเนื้อหาที่อยู่ภายในได้ อันนี้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด

แต่หากไฟล์ลับเป็นฟอร์แมตอื่นที่ไม่ใช้ไฟล์ออฟฟิศ ผมก็มีวิธีง่ายๆ มาแนะนำด้วยเหมือนกัน นั่นก็คือ การใช้ยูทิลิตี้บีบอัดไฟล์อย่างเช่น WinZip โดยกำหนดให้มีการตั้งพาสเวิร์ดให้กับไฟล์ที่ compress นั่นเอง หรือถ้ารู้สึกว่า ยังยุ่งยาก คำตอบที่สามของผมก็คือ การใช้ยูทิลิตี้แจกฟรีอย่าง AxCrypt ที่ทำงานด้านนี้โดยเฉพาะ โดยมันสามารถเข้ารหัสไฟล์และโฟลเดอร์ต่างๆ ซึ่งจะเปิดได้ต้องมีพาสเวิร์ด การใช้งานก็แสนง่ายดาย เพียแค่คลิกขวาบนไฟล์ที่ต้องการเข้ารหัส เพื่อป้องกันการถูกเปิดดูข้อมูล แล้วยสั่งให้ encrypt พร้อมทั้งป้อนพาสเวิร์ด เพียงแค่นี้ไฟล์ก็ปลอดภัยแล้ว เอาเป็นว่า เลือกใช้วิธีตามความสะดวกใจของคุณก็แล้วกันนะครับ

แอนดรอยด์

posted on 22 Sep 2011 11:41 by jamesby

android_main

Android คืออะไร?

คู่แข่ง iPhone?
วงการมือถือในปัจจุบันมีโทรศัพท์กลุ่มที่เรียกว่า SmartPhone ซึ่งคือมือถือที่ทำอะไรได้มากกว่า โทรเข้า-ออก โดยสามารถเข้าถึงบริการต่างๆบนอินเตอร์เน็ตผ่าน App(แอพลิเคชั่น หรือโปรแกรม)บน Smartphone ทำให้โทรศัพท์มือถือในกลุ่ม SmartPhone เป็นอะไรที่ดึงดูดผู้ใช้งานมือถือที่ต้องการอะไรที่ใหม่ๆ เข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร และเกิด LifeStyle ใหม่ๆ ซึ่งในปัจจุบัน เจ้าตลาด SmartPhone คือ iPhone ของบริษัทแอปเปิ้ล ที่โด่งดังมาตลอดในช่าม 3-5 ปีที่ผ่านมา โดยยังไม่มีใครมาทาบรัศมีได้.. แต่แล้วในปีนี้เราเริ่มจะเห็นมือถือหลายรุ่นที่มีหน้าตาการทำงานคล้ายกัน และมีความสามารถที่ทัดเทียมกับ iPhone และในบางกระแสบอกว่า ความสามารถของเจ้ามือถือนี้ ยอดเยี่ยมยิ่งกว่า iPhone เสียอีก… ผู้คนเรียกขานเจ้ามือถือหลายรุ่น หลายยี่ห้อ แต่มีหน้าตาการทำงานที่เหมือนกันนี้ว่า “Android(แอนดรอยด์) Phone”

google-android

Android(แอนดรอยด์) คืออะไร? และ Android(แอนดรอยด์) Phone คืออะไร?
วิธีที่จะเข้าใจว่า Android(แอนดรอยด์) คืออะไร? อย่างง่ายๆ ให้เราลองนึกถึง คอมพิวเตอร์ที่บ้านครับ ตอนนี้ใช้ Windows อะไรอยู่ครับ บางคนก็จะตอบว่า Windows 7, Windows Vista บางคนก็ตอบว่า Windows XP หรือบางคนอาจจะตอบว่า ผมไม่ใช้ Windows ผมใช้ Linux ซึ่งจะเป็น Linux รุ่นไหนก็ว่ากันไป … Windows หรือ Linux เราเรียกมันว่า ระบบปฏิบัติการ(OS) ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าถ้าคอมพิวเตอร์ไม่ลง Windows ก็จะเปิดเครื่องเพื่อทำงานไม่ได้ ฉันใดก็ฉันนั้น โทรศัพท์มือถือ SmartPhone ก็เช่นเดียวกันครับ มันต้องการ OS ซึ่งใน iPhone นั้นบริษัทแอปเปิ้ลใช้ OS ที่ชื่อว่า iPhone OS ครับ ในขณะที่บริษัทกูเกิ้ล(Google) บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการไอที อีกรายก็ได้ซุ่มพัฒนา OS ที่มีชื่อว่า Android(แอนดรอยด์) OS ขึ้นมา ซึ่ง Android(แอนดรอยด์) เวอร์ชั่น 1.0 ได้ถูกปล่อยออกมาใช้งานอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 กันยายน ค.ศ 2008

android_ui

Android(แอนดรอยด์) Phone คืออะไร?
เราเข้าใจว่ามันมีระบบปฏิบัติการ iPhons OS และ Android OS แล้วนะครับ เมื่อเรานำระบบปฏิบัติการ iPhone OS ไปลงในมือถือ(เหมือนที่เราเอา Windows ไปลงในคอมพิวเตอร์) มือถือที่ลงเจ้า iPhone OS ก็จะกลายเป็นโทรศัพท์มือถือ iPhone อย่างที่เราเห็นทุกวันนี้ และเมื่อเราเอา Android OS ไปลงในมือถือ เราก็จะได้ Android Phone … แต่ความแตกต่างกันของ iPhone และ Android Phone ก็คือ iPhone มีผู้ผลิตรายเดียวคือแอปเปิ้ล จะไม่มีใครในโลกนี้ สามารถเอามือถือมาลง iPhone OS กลายเป็น iPhone มาขายได้อย่างแอปเปิ้ล ในขณะที่ Android(แอนดรอยด์) Phone นั้นใครๆก็ผลิตได้ เพราะกูเกิ้ลแจก Android OS ฟรีๆ เราจึงเห็นโทรศัพท์มือถือ Android Phone หลายรุ่นในตลาดมือถือ ซึ่งผลิตจากหลายบริษัท ทั้ง Samsung , Sony ericsson, HTC หรือแม้แต่กระทั่ง Motorola ..

Android 2.1 หรือ Android 2.2? ตัวเลขข้างหลังคืออะไร? เพื่ออะไร?

Android(แอนดรอยด์) 2.1 เป็นหมายเลขเวอร์ชั่นของ Android Phone ครับ เหมือนที่ Windows มีทั้ง Windows95, Windows 2000, Windows XP, Windows Vista ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเวอร์ชั่นที่พัฒนาต่อๆกันมาของ Windows ครับ ใน Android OS เองก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้ตอนนี้ Android OS มีทั้งหมด 8 เวอร์ชั่นแล้วครับและมีชื่อเล่นสำหรับเรียกง่ายๆด้วยครับ ยกเว้นสำหรับในเวอร์ชั่น 1.0 และ 1.1 ยังไม่มีการตั้งชื่อเล่นกันครับ ส่วนเวอร์ชั่นที่มีชื่อเล่นก็ได้แก่ CupCake(Android 1.5), Donut(Android 1.6), Éclair(Android 2.1), Froyo(Android 2.2), Gingerbread(Android 2.3), Honeycomb(Android 3.0) จะสังเกตุเห็นได้ว่า ชื่อรุ่นทุกรุ่นเป็นของหวานทั้งหมดเลยครับ และในรุ่น Android ที่จะพัฒนาในอนาคตซึ่งยังไม่มีการกำหนดเลขเวอร์ชั่นก็จะมีชื่อว่า Ice Cream Sandwich อีกด้วย.. แค่อ่านชื่อก็อิ่มแล้ว..

วิธีการเลือกซื้อมือถือ Android Phone

1. เลือกเวอร์ชั่นของ Android OS

เนื่องจาก Android(แอนดรอยด์) Phone  เป็นมือถือที่มีส่วนประกอบของ ระบบปฏิบัติการเป็นส่วนสำคัญ ดังนั้นการเลือกซื้อ Android Phone จึงจำเป็นต้องพิจารณาถึง เวอร์ชั่นของ Android(แอนดรอยด์) OS ที่เราต้องการด้วยครับ ซึ่งเมื่อไปที่ร้านมือถือตั้งใจจะซื้อ Android Phone สักเครื่อง แต่แล้วเราก็จะมึนงง เพราะว่ามือถือ Android Phone แต่ละยี่ห้อใช้ Androidคนละเวอร์ชั่นแล้วเราจะเลือกยังไงกันดี แล้วเราต้องใช้รุ่นไหนยังไง.. Android Phone รุ่นไหนคุ้มไม่คุ้มยังไง… ความมืดแปดด้านของการเลือก Android Phone ก็เริ่มครอบงำเรา… งั้นเรามาดูรายละเอียดว่า Android(แอนดรอยด์) OS แต่ละรุ่นมีความสามารถอะไรกันบ้างดีกว่าครับ เราจะได้รู้ว่า โทรศัพท์ Android Phone รุ่นที่เราเล็งอยู่นั้น มันทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้บ้าง

android 1.5
Android(แอนดรอยด์) 1.5 (Cupcake)
Android Phone ที่ ใช้ Android(แอนดรอยด์) 1.5 จะมีความสามารถหลักๆดังนี้ ควบคุมด้วย Touch Screen

 

  • ใช้นิ้วแตะเพื่อควบคุมการทำงานมือถือ

ใช้บริการ Google Service

  • Web Search
  • Gmail
  • Calendar
  • Google Map

Social Network ใช้บริการ Social Network ผ่าน App ที่น่าสนใจหลายเว็บ

  • Facebook for Android
  • Twitter for Android

การติดตั้ง โปรแกรมลงใน Android Phone

  • ลงโปรแกรมผ่าน Android Phone ผ่านส่วนเชื่อมต่อที่เรียกกว่า Android Market Place

กล้อง

  • ถ่ายรูป และ ถ่ายวีดีโอ ได้
  • Upload วีดีโอขึ้น Youtube.com และ รูปถ่ายไปยัง Picasa ได้จาก Android(แอนดรอยด์) Phone โดยตรง

ระบบเดาคำศัพท์ Text-Prediction

  • ช่วยในการพิมพ์ โดย Android Phone จะช่วยเดาว่าเรากำลังพิมพ์คำว่าอะไร เพื่อลดเวลาในการพิมพ์ข้อความ

Bluetooth

  • รองรับ Bluetooth A2DP / AVRCP
  • เชื่อมต่ออุปกรณ์ Bluetooth Handfree อัตโนมัติ(เชื่อมต่อครั้งแรกต้อง Paire Device เหมือนมือถืออื่นๆ)

Home Screen

  • สามารถวาง Widget (หน้าต่างเล็กๆเพื่อโชว์การทำงานของ App เช่น โชว์ภาพถ่าย โชว์หน้าต่างเล่นเพลง แบบ Winamp

รายการโทรศัพท์มือถือ Android Phone ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 1.5
android_phone_1_5

 

android_1_6_toppic
Android(แอนดรอยด์) 1.6 (Donut)
Android Phone ที่ลงระบบ Android 1.6 จะมีความสามารถที่พัฒนาจาก Android 1.5 ดังนี้
Web History / contact list Search

 

  • เพิ่มการค้นหาในสถิติการใช้งานเว็บไซต์ และรายชื่อ contacts ใน Android Phone

Android(แอนดรอยด์) Phone พูดได้ Text-to-Speech

  • Android Phone สามารถพูดตามข้อความได้(text-to-speech) เช่นการอ่านข้อความ sms โดยเราไม่จำเป็นต้องอ่านเอง

Voice Control

  • โทรออกด้วยเสียง
  • Google Search ด้วยเสียง

รายการโทรศัพท์มือถือ Android(แอนดรอยด์) Phone ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 1.6
android_phone_1_6

android_2_1_toppic
Android(แอนดรอยด์) 2.0/2.1 (Eclair)   Android Phone ที่ลงระบบ Android 2.0/2.1 จะมีความสามารถที่พัฒนาจาก Android 1.6 ดังนี้
Performance

 

  • ปรับปรุงความเร็วในการทำงานของ Android ให้เร็วยิ่งขึ้น
  • ปรับปรุง User Interface
  • ปรับปรุง รายการติดต่อ(Contact Lists)
  • ปรับปรุงการแสดงผล ขาว-ดำ
  • ใช้งาน Multi-Touch Screen ได้
  • ปรับปรุง คีย์บอร์ดเสมือน(คีย์บอร์ดบนหน้าจอ)

Internet Browser

  • ปรับปรุง Internet Browser และพัฒนารองรับเทคโนโลยี HTML5

Google Service

  • ใช้ Google Maps 3.1.2
  • รองรับ Microsoft Exchange

Camera

  • รองรับการใช้ Flash สำหรับการถ่ายรูป
  • กล้องถ่ายรูป ซูมระดับดิจิตอลได้

Home Screen

  • Live Wallpapers (วอลล์เปเปอร์ แบบเคลื่อนไหวและตอบสนองการกดหน้าจอได้ เช่น หน้าจอแบบพื้นน้ำ)

Bluetooth

  • รองรับ Bluetooth 2.1

รายการโทรศัพท์มือถือ Android Phone ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 2.0/2.1
android_phone_2_0

android_2_2_toppic
Android(แอนดรอยด์) 2.2 (Froyo)
Android Phone ที่ลงระบบ Android 2.2 จะมีความสามารถที่พัฒนาจาก Android 2.1 ดังนี้
Performance

 

  • การทำงานของ Android Phone เร็วขึ้น 5 เท่า
  • รองรับการลงโปรแกรมลงใน Memory Card
  • เปลี่ยนภาษาบน keyboard Android Phone ได้ง่ายๆ

Internet Tethering

  • ใช้ Android Phone เป็นโมเด็มสำหรับต่ออินเตอร์เน็ตให้คอมพิวเตอร์ได้(Tethering)
  • แปลงร่าง Android Phone เป็น Wifi Hotspot

Internet Browser

  • รองรับการใช้ Adobe Flash 10.1 (ทำงานเร็วขึ้น)
  • Brower ใหม่ใช้ความสามารถของ Chrome และ JavaScript Engine
  • Browser ใช้งาน file upload ได้

Google Service

  • ปรับปรุงความสามารถ Microsoft Exchange สามารถ sync ปฏิทินได้

Bluetooth

  • โทรออกด้วยเสียงผ่าน Bluetooth

รายการโทรศัพท์มือถือ Android Phone ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 2.2
android_phone_2_2

 

android_2_3_toppic
     Android(แอนดรอยด์) 2.3/2.4 (Gingerbread)
Android Phone ที่ลงระบบ Android 2.3/2.4 จะมีความสามารถที่พัฒนาจาก Android 2.2 ดังนี้
การแสดงผล

 

  • รองรับหน้าจอขนาดความละเอียด WXGA (1280×768) หรือสูงกว่า

Performance

  • ปรับปรุงการทำงานให้เร็วขึ้น
  • ปรับปรุงระบบฟังก์ชั่นการทำงานของการ Copy-Paste
  • ทำการปรับปรุงระบบ Multi-Touch ของซอฟต์แวร์ keyboard
  • ปรับปรุงระบบการจัดการพลังงานแบตเตอร์รี่ให้สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้น

Internet Tethering

  • รองรับการสื่อสารแบบ SIP และ VoIP

Internet Browser

  • มีการเพิ่มโปรแกรม Download Manager เพื่อรองรับการดาวน์โหลดที่ต้องใช้ระยะเวลานาน

Multimedia

  • รองรับไฟล์วีดีโอประเภท WebM/VP8
  • รองรับไฟล์เสียงประเภท ACC

ด้านอื่นๆ

  • สนับสนุน Near field communication(NFC) ทำให้มือถือสามารถอ่าน RFID ได้
  • สนับสนุนระบบเซ็นเซอร์พื้นฐานต่างๆ เพิ่มขึ้น เช่น gyroscopes และ barometers เป็นต้น
  • สนับสนุนการทำงานร่วมกับกล้องหลายๆ ตัว

 รายการโทรศัพท์มือถือ Android Phone ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 2.3/2.4
android_phone_2_3

  

การเจลเบรค

posted on 22 Sep 2011 11:34 by jamesby

เจลเบรค iPhone 3G iOS 4.2.1 เบสแบนด์ 06.15 ด้วย Sn0wbreeze 2.2.1



วันนี้ก็ได้ทดลอง อัพ เฟิร์มแวร์ iOS จาก 4.1 JB (RedSn0w JailBreak BaseBand 06.15ไปเป็น iOS 4.2.1 ซึ่งเป็น ไอโอเอส ตัวสุดท้ายสำหรับ iPhone 3G  ด้วยการใช้  สโนว์บรีซ Sn0wBreeze 2.2.1 สร้าง custom firmware 4.2.1 IPSW โดยคงค่าเบสแบนด์เดิมไว้ (06.15)  เพื่อจะได้ปลดล็อคด้วย UltraSn0w 1.2.3 ได้

จริงๆ SnowBreeze 2.2.1 ออกมานานแล้ว ตั้งแต่ 20 กุมภาพันธ์ 2554 แต่เบื่อหน่ายกับการเจลเบรคเป็นที่ยิ่งนัก รอทีมแฮคเกอร์หาทางปลดล็อคถาวร (NCK Unlock-code) ก็ยังไร้วี่แวว (แต่มีเว็บไซท์ cutyoursim กับ iphoneunlockuk.com ในอังกฤษรับทำ Official Unlock ราคา 19.99 ปอนด์สเตอริง แพงเอาการอยู่) การปลดล็อคถาวรนั้น ทาง apple เพียงส่งรหัสตัวเลข 15 หลัก เข้ามาที่เครื่องเรา อิงตามหมายเลข IMEI พันธนาการเป็นอันจบสิ้น (แต่เขาไม่ปล่อย)

iPhone 3G 4.1JB ยิ่งนานวันแบตยิ่งเสื่อม หมดเร็ว ใช้เล่นเน็ทต่อ edge ได้แผล็บเดียว แถมยังช้าตึ๋งหนืดขึ้นเรื่อยๆ

ความเดิมตอนที่แล้ว: ปลดล็อค ไอโฟน 3G iOS 4.1 ด้วย UltraSn0w 1.2 (พย.53) ปลดล็อคนึงแต่ติดอีกล็อคนึง (unlock iPhone 3G/3GS iOS 4.1, 4.2.1) เขียนเมื่อ 29 พ.ย. 2010 … นั่นทำให้ ไม่สามารถอัพเกรด-ดาวน์เกรด iOS ได้ตามปกติอีกต่อไป เพราะดันไปหยิบเอา เบสแบนด์ของ iPad มาใส่ (เพื่อจะปลดล็อค) และเป็นเบสแบนด์ที่สูงกว่าปกติ ที่มีในไอโฟน ณ ปัจจุบัน

ไหนๆ ก็ ไหนๆ ละ ในเมื่อเครื่องหนืดนัก แบตหมดไว ก็เอามาลองอัพเฟิร์มแวร์อีกสักครั้งเป็น 4.2.1 เผื่อจะได้ใช้ MobileMe – find my iPhone ฟรี และจะได้ sync Notes ไว้กับ google mail ด้วย เหมือนกับที่ทำได้ใน iPhone 4, iPad (แต่ทว่า iPhone3G … T_T )

ลึกๆ คาดหวังว่า iOS 4.2.1 อาจจะแก้บั๊กจาก 4.1 หรือถ้าสถานการณ์ย่ำแย่ไปกว่านั้น แผนสองคือ ดาวน์ iOS ลงไปที่ 3.1.3

สโนว์บรีซ (SnowBreeze) เป็นโปรแกรมสำหรับ สร้างเฟิร์มแวร์เฉพาะตัว โดยจะคงค่าตัวเลข BaseBand ที่มีอยู่ในไอโฟนไว้ไม่มีการเปลี่ยนเแปลง (เพื่อสะดวกในการปลดล็อค) เราต้องดาวน์โหลด IPSW 4.2.1 ของแอ๊ปเปิ้ลมาเก็บไว้ก่อน จากนั้น รันโปรแกรม Sn0wBreeze 2.2.1 ซึ่งจะเรียกไฟล์ IPSW ต้นฉบับ แล้วทำการซ่อมสร้างใหม่ ออกมาเป็นไฟล์ sn0wbreeze_iPhone 3G-4.2.1.ipsw อยู่บน desktop

- เปิด iTunes แบ็คอัพทุกสิ่ง จาก iPhone 3G เก็บไว้ก่อน (พวก contact, setting, apps, เพลง ฯลฯ)

- จากนั้นปิดไอจูน ปิดไอโฟน เตรียมกดปุ่ม เพื่อเข้า DFU mode แล้ว snowbreeze จะส่งไฟล์ ยาพิษเขียวทะลวงเข้าไป

- แล้วใช้ iTunes ทำการ Shift+Restore โดยเรียกไฟล์ sn0wbreeze_iPhone 3G-4.2.1.ipsw ก็เป็นอันเรียบร้อย ได้เครื่องไอโฟน เกลี้ยงๆ หมดจด และ iOS เป็น 4.2.1

- เอาไฟล์ที่แบ็คอัพไว้ กลับมาใส่คืนไอโฟนตามเดิม

- เข้า cydia ติดตั้ง UltraSn0w 1.2.3 เพื่อปลดล็อค (รองรับเบสแบนด์ 06.15)

ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นภาพรวมวิธีการทั้งหมด มีวิดีโอสอนอย่างละเอียดหาได้ใน youtube (ลิ้งค์อยู่ด้านล่าง)

Sn0wbreeze version 2.2.1 for 4.2.1

หน้าจอถัดไป browse ไฟล์ IPSW 4.2.1 ต้นฉบับ จาก apple

สโนว์บรีซ กำลังตรวจสอบไฟล์ IPSW ว่าเป็นของ iPhone รุ่นที่รองรับหรือไม่?

ไอโฟน 3G

เลือก Expert Mode

เลือก build IPSW
(จะเลือก custom package ก่อนก็ได้ เพื่อไม่เอาภาพหน้าจอของสโนว์บรีซ)

รอ (ถ้า CPU แรง ก็ไม่นาน)

สำเร็จ

จะบังเกิดไฟล์
sn0wbreeze_iPhone 3G-4.2.1.ipsw
อยู่บน desktop

อย่าลืม! Backup iPhone
เสียบสายต่อไอโฟนกับคอม
ปิด iTunes + ปิด iPhone เพื่อจะเข้า DFU pwner
สโนว์บรีซ จะกรอกยาพิษเขียว Greenpois0n เข้าไปในไอโฟน
เตรียมคลิก start บนหน้าจอ

เตรียมกดสองปุ่ม home+power บนไอโฟน
พร้อมละนะ!  นับถอยหลัง 5 4 3 2 1

กดปุ่ม Home+Power พร้อมกัน แช่ไว้ 10 วิ

ปล่อยปุ่ม Power, กดแช่ปุ่ม Home อีก 30 วิ

ถ้าทำถูกต้อง จะมีหน้าต่างเล็ก เปิดขึ้นมาแจ้งสถานะ การกรอกยาพิษเขียว Greenpoison เข้าไปใน iPhone 3G
แต่ของผมทำไม่ถูกต้อง (ฮา)
เลยต้อง reset iPhone ปิด-เปิดใหม่ อยู่ 2-3 ครั้ง
หน้าจอเล็กจึงจะบอกว่าสำเร็จ ต่อไอจูนได้

หน้าจอไอโฟน จะขึ้นรูปให้ต่อกับ iTunes

เปิดโปรแกรม iTunes
กดปุ่ม Shift บนคีย์บอร์ด+คลิก Restore

(ภาพนี้เอามาจาก theiloop.com)

browse ไปที่ไฟล์
sn0wbreeze_iPhone 3G-4.2.1.ipsw
บน Desktop

รอ จนเสร็จ ได้ iPhone iOS 4.2.1 เกลี้ยงๆ พร้อม icon cydia
แต่ยังโทรไม่ได้  ไม่เห็นเครือข่าย
ต้องเข้า cydia ติดตั้ง UltraSn0w 1.2.3 เพื่อปลดล็อค (unlock)

อัลตร้าสโนว์ เวอร์ชั่น 1.2.3 รองรับ (ปลดล็อค)
iPhone 3G/3GS basebands 04.26.08, 05.11.07, 05.12.01, 05.13.04 และ 06.15.00
iPhone 4 baseband 01.59.00 

เสาสัญญานก็จะโผล่ขึ้นมา ใช้โทรได้แล้ว

ตรวจดู Settings –> General –> About
iPhone 3G iOS 4.2.1 JB modem firmware 06.15 UL

สโนว์บรีซ 2.2.1 ตัวนี้ดีกว่าเวอร์ชั่นก่อนๆ ที่มีปัญหาเยอะ เจลเบรคยากหลายซับหลายซ้อน อ่านเรื่องเก่าได้ที่: SnowBreeze 2.0.1 สำหรับเจลเบรค iPhone 3G iOS 4.1 ออกแล้ว ลองแล้ว แข็งแล้ว

เตรียมเซ็ท account Mobile Me
เพื่อใช้หาไอโฟน (หากถูกขโมย) find my iPhone
ทว่า…

พี่จ็อบส์ ไม่ยอมให้ใช้ Mobile Me ฟรี บน iPhone 3G
ให้ใช้ฟรีเฉพาะ iPhone4, iPad, iPod touch 4 เท่านั้น
อ้า

งั้น เตรียมเซ็ท sync Notes กับ gmail account
ทว่า…

ซิ้งค์ ได้เฉพาะ เมล (eMail) กับ ปฏิทิน (Calendar)
ซิ้งค์ กระดาษจดโน้ต (Notes) ไม่ได้
เซ็งโพด